รีวิวการฝึกสหกิจกับบานาน่า โคดดิ้ง โดย หมี (สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) 

แนะนำตัว

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ผมชื่อ หมี นะครับ เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้นปีที่ 4 ได้มาฝึกงานกับบริษัท Banana coding ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2568 จนถึง 3 ตุลาคม 2568 เป็นเวลาประมาณ 6 เดือน

รู้จักกับ บานาน่า โคดดิ้ง ได้ยังไง ? 

ถ้าถามว่ารู้จักบริษัท Banana coding ได้ยังไง จริงๆ ตอนช่วงปี 1 มาบางขวางบ่อยมากครับ ตอน search ใน google map ก็เอ๊ะว่ามีบริษัท software house ข้างร้านเหล้าด้วยหรอ 5555 และที่ทางมหาลัยจะมีการให้รุ่นพี่ที่ไปฝึกงานและฝึกสหกิจมาพรีเซนว่าได้ไปฝึกงานที่ไหนกันบ้าง ทำอะไรไปบ้างและบรรยากาศการทำงานเป็นยังไงบ้าง ก็เลยพอได้ยินชื่อของบริษัทมาบ้าง แล้วตอนปี 3 ก็ได้ลองไปคุยกับรุ่นพี่ที่เคยมาฝึกงานที่นี่มาก่อนและเขาก็แนะนำให้ลองมาฝึกดู ประกอบกับที่ว่าทางบริษัทก็ได้ไปตั้งบูสในงาน career day ของทางสาขาอีกด้วย ผมก็เลยลองเข้าไปคุยกับพี่ๆ ที่บูส แล้วก็รู้สึกได้เลยว่าพี่ๆ เป็นกันเองมากๆ เลยได้เก็บไว้เป็นหนึ่งในบริษัทที่ว่าจะลองยื่นขอฝึกงานมาครับ

ช่วงสัมภาษณ์

โดยส่วนตัวผมได้ยื่นขอฝึกงานมา 2 ตำแหน่ง คือ Dev และ DevOps พอยื่น resume ไปสักประมาณ 1-2 week ทางบริษัทก็ได้ตอบกลับมาพร้อมมีแบบทดสอบของแต่ละตำแหน่งที่ยื่นมาให้ทำก่อน เป็นข้อสอบที่ถามเกี่ยวกับตำแหน่งที่เลือก แล้วจะได้สัมภาษณ์กับพี่ๆ ตามทีมนั้นๆ ได้ลอง demo ผลงานที่เคยทำให้ดูด้วย แล้วก็เจอบัค 5555

ช่วง Bootcamp 

เป็นช่วงที่ได้ลองเรียนกับ department อื่นๆ แบบคร่าวๆ เผื่อจะเปลี่ยนใจไปสายอื่นแทน 5555 โดยส่วนใหญ่ก็เน้นไปทาง Dev นิดนึง และได้เรียนรู้การใช้งาน tools ต่างๆ ที่ใช้ภายในบริษัท พร้อมกับการบ้านอีกนิดหน่อย 5555 โดยที่จบ bootcamp แล้วพี่ๆจะให้เลือกอีกทีว่าสนใจไปฝึกงานใน department ไหน ส่วนตัวผมหลังจบ bootcamp ก็ได้เลือกที่จะไปเป็น Dev แล้วหลังจากเลือก department แล้วก็ได้มาเรียนเครื่องมือที่จะใช้ใน project เพื่มเติมอีกนิดหน่อย

ช่วงเข้า project จริง 

ในช่วง week แรกๆ ทาง pm พาเราไปดูภาพรวมของ project และให้แก้บัคจาก version เก่าแบบนิดๆ หน่อยๆ น่าจะเป็นช่วงที่ชิลที่สุดในตอนฝึกงานแล้ว 5555 หลังจากนั้นก็จะเริ่มทำงานตาม plan ที่ pm ได้วางไว้ให้ แล้วได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างในช่วงแรกด้วย ทั้งการแบ่งงาน การจัดสรรเวลา รวมถึงวิธีการทำงานต่างๆ เพื่อจะได้มาปรับใช้ให้เข้ากับ style การทำงานของตัวเอง ตอนที่ทำงานแรกๆ ก็รู้สึกกดดันตัวเองด้วย เพราะความไม่คุ้นชินกับ tools ต่างๆ ที่ใช้ ทำให้ทำงานได้ไม่ตามเป้าที่วางไว้ แต่พอผ่าน release แรกมาแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองก็เริ่มทำงานได้ไวขึ้นจากตอนแรกมาก ทำให้รู้สึกไม่ค่อยกดดันเท่า release แรก และก็ได้ลองไปเขียน Ruby on rails version เก่าๆ ในการ query ข้อมูลจาก project อื่นๆ มาใช้กับ project ที่ได้ทำด้วย (ได้ไปปวดหัวอ่าน database อีกแล้ว 5555) โดย release ที่เหลือก็ทำงานตาม  plan ไปเรื่อยๆ จอยๆ แต่พองานตัวเองหมดเท่านั้นแหละ ได้ไปทำงานอะไรเพิ่มก็ไม่รู้ 5555 อย่างแก้บัคนู่นนี่ ใน project แต่โดยรวมแล้วเป็นการทำงานที่สนุกมาก ทำไปเรื่อยๆ ไม่เครียด ไม่มีคนคอยกดดัน ส่วนเราก็อย่ากดดันตัวเองจนเกินไปด้วย เดี๋ยวจะไม่มีความสุขเปล่าๆ

บรรยากาศในการทำงาน

บรรยากาศในการทำงานที่นี่คือดีมากๆ เลย พี่ๆ ทุกคนคอยให้คำแนะนำตลอด ติดปัญหาตรงไหนก็พร้อมให้คำแนะนำ รวมทั้งเพื่อนร่วมทีมเองก็เคมีเข้ากันมาก ตั้งใจเล่นมุขมากกว่าทำงานกันอีกมั้ง 5555 ค่อนข้างรู้สึกว่าเป็นการทำงานที่สนุก ไม่เครียด แล้วก็ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง พอตกเย็นพี่ๆ ก็ชวนเล่นบอร์ดเกมบ่อยๆ ทำให้สนิทกับพวกพี่ๆ มากขึ้น

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกงาน

ถ้าให้พูดถึงเรื่องสิ่งที่ได้รับจากการฝึกงาน ต้องบอกเลยว่าได้อะไรมาค่อนข้างเยอะมากๆ เลยครับ ได้เรียนรู้ culture ของบริษัทที่ดีมาก ได้เทคนิคการเขียน code ที่มากขึ้น ทั้ง code standard ทั้ง logic ต่างๆ ที่บางทีก็คิดไม่ออก เรียนรู้การทำงานให้เป็นทีมมากขึ้น ได้คุยกับทีมและหา solution ต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งต้องขอขอบคุณพี่ๆ และเพื่อนๆ ทุกคนเลย ที่ทำให้การฝึกงานครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ซึ่งแน่นอนว่าความรู้ที่ได้จากการฝึกงานครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการทำงานในอนาคตแน่นอน

แถม!! ได้ไป outing ด้วย เย้!!

ในส่วนนี้เป็นของแถมนะครับ ฝึกงานในรุ่นพวกผมรู้สึกค่อนข้างจะโชคดีมาก พี่ๆ เลี้ยงต้อนรับแล้วก็ซื้อของกินมาเลี้ยงบ่อยๆ อีกด้วย ได้มีการทำกิจกรรมต่างๆ ในบริษัททั้งทำบุญครบรอบการก่อตั้งบริษัท 12 ปี และที่สำคัญทางบริษัทได้พาไปพักผ่อน outing ที่เชียงดาวอีก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลย อะไรที่ไม่คิดว่าจะได้ทำก็ได้ทำ 5555 ซึ่งทางบริษัทมีการเล่นเกมกิจกรรมและมีการทำ hackathon เล็กๆ ใน outing อีกด้วย โดยที่ idea ที่พวกผมทำคือการให้ intern มาเขียน code สู้กับ ai ซึ่งแน่นอนว่า “แพ้ 5555” แต่การทำกิจกรรมครั้งนั้นค่อยข้างจะช่วยให้ได้เรียนรู้อะไรเยอะขึ้นมาก ถึงจะแพ้แต่ก็คุ้มละ สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆ ทุกคนในบริษัทและทางบริษัท ที่ทำให้ได้รับประสบการณ์การทำงานที่ดี สังคมการทำงานดีมากๆ ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดีมากๆ ในการเข้าสู่โลกการทำงานเลยครับ