รีวิวการฝึกงานกับบานาน่า โคดดิ้ง โดย อั๋น (วิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้)


 

“สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวเองก่อนเลยละกันนะครับผมชื่อ อั๋น เพิ่งจบปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่” ซึ่งหลังจากจบปีที่ 3 ก่อนจะขึ้นปีที่ 4 นั้นก็จะต้องผ่านการฝึกงานกับบริษัทก่อน 2 เดือน ผมเลยได้ยื่นสมัครฝึกงานไปกับบริษัทประมาณ 2-3 ที่ได้ แต่ที่แรกที่ติดต่อผมกลับมาคือ Banana Coding ที่นี่ นี่เองครับ ผมจำเหตุการณ์วันที่พี่เค้าติดต่อกลับมาวันนั้นได้เลย เป็นช่วงสาย อยู่ๆ ก็มีคนโทรศัพท์เข้ามา”

ผม : ฮัลโหลครับ สวัสดีครับผม
!@#$ : สวัสดีครับ พี่โทรมาจากบริษัทบานาน่าโค๊ดดิ่งนะครับ ไม่ทราบว่าน้องยังสนใจที่จะฝึกงานบริษัทพี่อยู่รึเปล่าครับ
ด้วยความดีใจตอนนั้นผมรีบตอบกลับไปทันทีเลยว่า
ผม : ครับยังสนใจอยู่ครับ
!@#$ : ได้ครับผมเป็นอันยืนยันเน้อะ งั้นเจอกันเดือนเมษานะครับเดี๋ยวพี่จะส่งอีเมล์ให้เรื่องการเตรียมตัวต่าง ๆ
ผม : ได้ครับผม ขอบคุณมากครับ

หลังจากวางโทรศัพท์ไปเพิ่งมานั่งคิดได้ เดี๋ยวนะบริษัทนี้จำได้ว่าอยู่ไกล ไอ่เราก็ไม่แน่ใจเลยเปิดแผนที่ดู แม่เจ้า !!! 19 โล ไปกลับนี่ 38 โลเลยนะ โอ้โหหหห แย่ละ จะขับรถไหวไหมเนี่ย จะเช่าหอก็คงไม่คุ้มเพราะเราก็อยู่แค่ 2 เดือนมันไม่มีหรอกมั้งที่หอไหนจะประกันหอแค่ 2 เดือนออกได้เลย จะเอาเงินค่าประกันไปทิ้งก็ไม่น่าจะคุ้มอีก เรื่องเช่าหออยู่ใกล้ ๆ ก็ตัดไปได้เลย แถวนั้นเขตของ มช. ด้วยส่วนมากคนในบริษัทเขาน่าจะเป็นเด็ก มช. มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นแน่เลย ตอนนั้นคือแบบกลัวไปหมดคิดไปต่าง ๆ นา ๆ กดดันตัวเองมาก จนสุดท้ายแล้วเราก็ตัดสินใจว่า เอาว่ะ !! ไหน ๆ เราก็เลือกแล้วจะยังไงสุดท้ายแล้วเราจบเราก็ต้องทำงาน เราต้องเจออะไรอีกหลายอย่างอยู่ดี ถือว่าซ้อมละกันก่อนจะจบไปเจอของจริง หลังจากคิดไปต่าง ๆ นาแล้วสุดท้ายพอมาเจอเข้าให้จริง ๆ นี่เรียกได้ว่าคนละเรื่องเลย

เริ่มจากการฝึกงานในช่วงเดือนแรกจะเป็นการเข้า Bootcamp คือการปูพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมทำงานจริง โดยพี่ ๆ จะมีเนื้อหามาสอนทุกวันเป็นเวลา 1 เดือนเต็มตัวอย่างคร่าวๆก็คือ Git, Trello, HTML, CSS, Bootstrap, Ruby, RubyOnRails , JavaScript, Typescipt, Angular 2 หรือแม้กระทั่งการเขียน Test โดยการสอนแต่ละหัวข้อก็จะมีการบ้านให้มาฝึกทำ เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เรียนในวันนั้น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น แถมหัวข้อในแต่ละวันยังเปลี่ยนคนสอนด้วยนะทำให้เป็นการทำความรู้จักกับพี่ ๆ ไปในตัว

หลังจากที่ผ่าน Bootcamp แล้วจะเป็นการได้ร่วมทำ Project ต่าง ๆ ของบริษัทโดยจะมี Mentors หรือพี่เลี้ยงคอยดูแลเราหากเราติดปัญหาอะไร สามารถสอบถามพี่เค้าได้เลย ตอนแรกที่เราได้จับงานก็แบบ “เอ่อออ เราจะทำงานเค้าพังไหม เราจะทำได้ไหมเนี่ย” สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผ่านมันไปได้ด้วยดี ด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ คอยแนะนำเวลาเราติดปัญหาอะไร

การมาฝึกงานของผมนั้นเหมือนเป็นการพิสูจน์อะไรหลาย ๆ อย่างในใจที่คิดเอาไว้ตอนแรกเลยก็ว่าได้ เริ่มแรกจากการเดินทาง 19 กิโลเมตรก็ไม่ได้ไกลแบบที่คิดเท่าไหร่ ขับไปกลับ 38 กิโลเมตรนี่ก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรขนาดนั้น อย่างที่สองที่ว่า “แถวนั้นเขตของ มช. ด้วยคนในบริษัทเขาน่าจะเป็นเด็ก มช. มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นแน่เลย” อันนี้เรื่องจริงแหะ มีครั้งนึงได้งานมาให้เขียนฟังก์ชั่นมาเพื่อดักสิ่งที่ลูกค้าเขาไม่ต้องการ ไอ่เราก็นั่งทำ ๆไป พอเสร็จเอาไปส่งให้พี่เค้าดูเพื่อรีวิวโค๊ด เชื่อไหมฮะฟังก์ชั่นที่ผมทำพี่แกย่อให้เหลือแค่บรรทัดเดียวเองแถมยังทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่างหาก เค้าเก่งกันจริง ๆ แต่เค้าไม่ได้แค่เก่งอย่างเดียวนะครับ พี่เค้าทุกคนที่นี่เฟรนด์ลี่เข้าหาง่าย สงสัยอะไรสามารถถามหรือคุยกันได้ทุกเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโปรแกรม หรืออะไรต่าง ๆ นู่นนั่นนี่ ปรึกษาการลงทุนบิทคอยยังได้เลย 5555 คือคุยได้ทุกอย่างจริง ๆ ทำให้บรรยากาศในการทำงานไม่ได้ตึงเครียดเลยดูเป็นกันเองสุด ๆ

ผมได้รับประโยชน์จากการฝึกงานมากมาย  ผมได้ประสบการณ์ในการทำงานจริงกับลูกค้า  ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ได้เพิ่มความรับผิดชอบกับงานที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ได้เจอกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สบายและเป็นกันเอง ได้อะไรจากที่นี่อีกเยอะแยะเลยครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่คอยดูแลเราตลอดถึงแม้จะเจองานยากบ้าง แต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ได้เข้ามาฝึกงานที่นี่ถือว่าได้ประสบการณ์ดีๆ กลับไปเยอะเลย ขอบคุณตัวเองเหมือนกันที่วันนั้นตอบตกลงฝึกงานกับที่นี่ไปแบบมึน ๆ (ทั้งที่ยังไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำมัวแต่ดีใจ) ทำให้ได้เจอบรรยากาศในการทำงานดีๆแบบนี้ ความเป็นกันเองของที่นี่ทำให้เรากล้าที่จะทำอะไรหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นเยอะเลย ขอบคุณจากใจจริงครับผม